นิทานอีสาน


นิทานก้อม
นิทานก้อม คือ นิทานขนาดสั้น นิทานที่บ่ยาว แล้วกะมักสิเป็นเรื่องสนุกสนาน ฟังแล้วเป็นตาอยากหัว เรื่องราวส่วนใหญ่ กะมักสิเป็นเรื่องล้อเลียนคนผู้ลังคน ที่เฮ็ดโตบ่ปกติ หรือเฮ็ดอีหยังผิดๆ พลาดๆ เซ่อๆ ซ่าๆ เรื่องราวหน้าแตก ประเภทนี้ล่ะ... เรื่องหน้าแตก เรื่องเปิ่นๆ ป่วงๆ ของผู้นั้นผู้นี้หรือว่าของผู้อื่น คนเฮามักฟัง ฟังแล้วกะขบขันอยากหัว เป็นการคลายเครียด ไปนำนั่นล่ะ
นิทาน ซุมนี้ เว้าบ่ดน กะถึงจุดอยากหัว พอพากันหัวแล้วๆ นิทานกะจบ เว้าสั้นๆ เว้าเหี้ยนๆ เว้าก้อมๆ กะเข้าใจ พอเข้าใจ นิทานกะจบพอดี กะเลยได้ซื่อว่า นิทานก้อม นั่นล่ะ
แต่ว่า ฮ่าลังเทื่อ.. ฮ่าลังเรื่อง มันกะมีหม่องหัวอยู่หลายหม่องน้อ คนเว้า เว้าไปๆ พอฮอดหม่องหัว คนฟังกะพากันหัวเอาโลด หัวย่อนมันตลก หัวเองโดยบ่ต้องค็วก.... หัวให้มันถืกจังหวะเด้อล่ะ... อย่าสะหัวลัดเด้อ เดี๋ยวเขาสิว่า เส้นตื้น เด้ ..... หรือว่าอย่าสะหัวทีหลังเด้อ เดี๋ยวเขาสิหาว่า เส้นเยิ่น เด้อ สิบอกให่



ตอน...ไปตัดต้นไม้

มื้อหนึ่ง พ่อเฒ่าชวนลูกเขย ไปตัดต้นตาล ที่มันหงำนาเด้ พอไปฮอดต้นตาล พ่อเฒ่ากะบอกว่า
“ เอ้อ บักทิด เฮามาแบ่งกันตัด คนละเคิง เนาะทิดเนาะ”
“ ได้เลยพ่อ แต่ว่า ตอนนี้ ลูกปวดขี้ ขอไปขี้ก่อนเด้อ ให้พ่อตัดเคิงแรกไปก่อนเด้อ เคิงหลังที่เหลือลูกจัดการเอง”
ลูกเขยตอบตกลงแล้ว กะย่างไปลี้อยู่หลังพุ่มไม้ อีหลีแล้ว เลาไบ่ได้ปวดขี้ดอก เลาตั๋วพ่อเฒ่าซือๆ ย่านได้ตัดต้นตาลก่อน นั่นน๋า

ฝ่ายพ่อเฒ่า กะจับขวานตัดต้นตาล ปั้ง...ปั้ง เปลือกต้นตาล มันกะแข็งเนาะ เลาฟันจนว่ะเมื่อยแหม ซัวสิได้ฮอบต้น ลูกเขยกะจอบเบิ่งเสย พอเห็นว่า พ่อเฒ่าฟันเปลือกต้นตาล ออกเหมิดแล้ว กะก่อมก้อยออกมา ทำท่าใจดี สิซอยพ่อเฒ่าตัดเด้

“ เป็นจั่งได๋พ่อ คือเป็นตาเมื่อยแถะ มาลูกสิซอย ” ว่ะซั่นว่า
แล้วกะจับขวานฟัน จึก...จึก บ่ทันพอคราว ต้นตาลกะขาดล้มลง กะต้นตาลมันบ่มีแก่นแข็งๆ เนาะ มันเลยฟันง่าย พ่อเฒ่าเลยถามลูกเขยว่า

“ เอ บักทิด ไปกินหยังมา คือแฮงดีแถะว๋า ฟันเอา ฟันเอา คราวเดียวขาด”
“ บ่ได้กินหยังมาดอกพ่อ หม่องกลางๆ มันอ่อนตั้ว มันบ่แข็งคือเปลือกตั้ว เลยฟันง่าย"

พ่อเฒ่าฮู้โตว่า เสียฮู้ลูกเขย กะเก็บความแค้น ไว้คิดบัญชีทีหลัง

มื้อต่อมา พ่อเฒ่าต้องการแก้แค้นลูกเขย เลยซวนลูกเขย ไปตัดต้นไม้อีก พอดีว่าต้นตาลมีต้นเดียว แล้วกะตัดไปแล้ว กะเลยพากันไปไฮ่ พอไปฮอดต้นกุงใหญ่ พ่อเฒ่ากะบอกว่า
“ เอ้อ มื้อนี้ตัดต้นกุง ต้นนี่ล่ะเนาะ ”
“ มื้อนี้ กะตัดคนละเคิงอีกเนาะ พ่อสิเป็นคนตัดก่อนบ่ ฮึสิให้ลูกตัดก่อน” ลูกเขยถามเด้

พ่อเฒ่าจำเหตุการณ์ มื้อตัดต้นตาลได้ดี กะเลยบอกว่า
“ พอดีตอนนี้ พ่อปวดขี้ ขอไปขี้จักคราว ก่อนเด้อ ทิดตัดไปก่อนโลดเด้อ เคิงหลังที่เหลือ พ่อจัดการเอง”
ว่าแล้ว กะทำท่าไปขี้ ที่แท้กะไปนั่งลี้ อยู่หลังพุ่มไม้ จอบเบิ่งบักลูกเขย เพื่อความสะใจ

ลูกเขยถือขวานได้ กะฟันเอาฟันเอา แต่ว่ากะทำท่าฟันแบบยากๆ อยู่ดอกหว๋า
พ่อเฒ่ากะนั่งสะใจ อยู่หลังพุ่มไม้ พอเห็นว่าลูกเขย ฟันเปลือกออกเหมิดแล้ว เหลือแต่แกนทางใน กะย่างออกมา บอกว่า

“ เป็นจั่งได๋บักทิด เมื่อยบ่ มา พ่อสิซอย ” แล้วกะฟันต้นกุงส่วนที่เหลือ
โฮ้ ต้นกุงแกนมันกะแก่น กะแข็งแหล่วเนาะ พ่อเฒ่าฟัน ปั้ง..ปั้ง จนมือสั่น แขนสั่น กะฟันเข้าได้เทื่อล่ะหน่อยๆ แต่ว่าปานนั้น เลายังแข็งใจอดทนฟัน จนว่ะต้นกุงล้มพุ่นเด้

ฝ่ายลูกเขยกะนั่งยิ้มย่วย ๆ เสย
พ่อเฒ่ากะเสียฮู้ลูกเขยคือเก่า




ตอน...หลวงพ่อหัวบักโต่น

มื้อนึง หลวงพ่อ ย่านเจ้าของตื่นสวย สิบ่ทันบิณฑ์บาต กะสั่งเณรน้อยไว้ว่า
“ น้อยเอ้ย มื้ออื่นเช้า ปลุกหลวงพ่อเด้อ คันเห็นดาวเพ็กขึ้น กะให้ฟ้าวมาปลุกหลวงพ่อเด้อ”
สั่งแล้วเลากะเข้านอน
(ดาวเพ็ก คือดาวศุกร์นั่นหละ ดาวศุกร์ที่ขึ้นตอนเช้า เขาเอิ่นว่า ดาวเพ็ก......ฮาลังหม่อง กะเอิ่นว่า ดาวเพชร)
ฝ่ายเณรน้อย กะบ่อยากตื่นแต่เดิ่ก ลุกแต่เช้า ย่อนว่า ช่วงเช้ามืดน่ะ มันเป็นช่วงที่นอนแซบ ที่สุด แต่ว่าคันสิบ่ปลุกหลวงพ่อ กะบ่ได้ เลากะเลย เอาขี้กะบอง ขึ้นไปมัดไว้ปลายตาล แล้วกะจุดไฟ เด้
จากนั้น กะลงมา เข้าไปปลุกหลวงพ่อ
“ หลวงพ่อๆ ดาวเพ็กขึ้นแล้ว ” เทิงเว้าเทิงซี้มือ ไปทางขี้กะบอง อยู่ยอดตาล
หลวงพ่อ เห็นไฟขี้กะบอง อยู่ยอดตาล กะคึดว่าแมนดาวเพ็กอีหลี กะเลยล้างหน้า ห่มผ้า ถือบาตร เข้าไปบิณฑบาต เลาย่างไป ฮอดเลาะบ้าน กะยังมืดตึบอยู่ บ่ทันแจ้งจ้อย ชาวบ้าน กะยังบ่มีไผ ลุกขึ้นมานึ่งข้าวจ้อย หลวงพ่อ กะเลยเหลียวเบิ่งดาวเพ็กอีก....
...เอ๋า พอเบิ่งจากหม่องนี่ มันผัดบ่เห็นดาวเพ็ก บ่มีดาวเพ็ก แสดงว่า ดาวเพ็กยังบ่ทันขึ้น...
เลาฮู้โตว่า ถืกเณรน้อยตั๋ว เด้ คันสิย่างกลับวัด กะไกลเนาะ ขี้คร้านย่าง กะเลยตัดสินใจว่า
“ หาหม่องนอนแถวๆ นี่ ดีกว่า”
หลวงพ่อ ย่างไปเห็นค้างบักโต่น เป็นตาหลับได้ กะเลยนั่งลง พิงเสาค้างบักโต่นนั่นล่ะ หลับ.....
แม่ใหญ่อั่นนึง (เอิ่นเลาว่า แม่ใหญ่สา ซะเนาะ)... ฝ่ายแม่ใหญ่สา ตื่นแต่เดิ่ก ลุกแต่เช้า นึ่งข้าว สิเฮ็ดแนวกินไปจังหัน เด้ เลากะสิไปเก็บบักโต่นไ ปแกงใส่ไก่ นั่นหนา ตอนนั่น มันกะยังบ่ทันแจ้งดีเนาะ
หลวงพ่อ กะยังนั่งหลับเสยอยู่...
แม่ใหญ่สา กะเอามือคลำหาบักโต่น พอดีคลำไปพ้อหัวโล้นหลวงพ่อ คึดว่าแมนบักโต่น ตัดสินใจว่า
“ หน่วยนี้ ใหญ่พอดี เอาหน่วยนี่หละ ”
แล้วกะเอาสองมือ จับหัวหลวงพ่อบิด คือบิดบักโต่นนั่นล่ะ
หลวงพ่อถืกบิดหัว ขะลาดตื่นขึ้น.... ตกใจอย่างใหญ่
“ ผีหลอก... ผีหลอก ” แล้วกะฟ้าวถือบาตรแล่นหนี
ฝ่ายแม่ใหญ่สา กะตกใจคือกัน
“ ว้าย...ผีหลอก.. ” แล้วกะแล่นหนีขึ้นเฮือน....




ตอน...ห้าบอดกินน้ำเผิ่ง

อยู่บ้านดอนหนอง มีคนตาบอดห้าคน เป็นหมู่กัน (มันมาพ้อกันได้จั่งได๋ ตั้งวะ ห้า คน?)
ทั้งห้าคนนี้ มักสิไปไสมาไสนำกัน จูงแขน จับแขนกัน ย่างนำก้นกันเป็นแถว ดีคือหยังนี่ตั๊ว
สองคน บอดตาใส บอดตาใส กะคือมืนตาได้คือคนปกตินั่นล่ะ แต่ว่าหั่งเหลียวบ่เห็น
อีกสองคน ตาบอดแบบตาปิด กะเหลียวบ่เห็นคือกันนั่นล่ะ
อีกผู้นึง ตาหลิ่วเกือบบอด ผู้นี้เหลียวเห็นจักหน่อยยุ แต่ว่า ต้องเยี่ยงคอ... เยี่ยงตา...เหลียกตา คักๆ จั่งค่อยสิเห็น กะได้บักหลิ่วนี่ล่ะ เป็นคนจูงหมู่จูงพวก พาผู้อื่นย่างไปหั่นไปหนี่ กะดาย
มื้อนึง ทั้งห้าคน ได้ยินข่าวว่า บ้านหัวโนนมีงานบุญแจกข้าว มีหมอลำมางันว่าซั่น กะเลยซวนกัน ย่างจากบ้านดอนหนอง ไปบ้านหัวโนน หวังสิไปกินงานบุญ กับไปฟังลำ (ฟังได้อย่างเดียว...เบิ่งบ่ได้)
ทางย่างไป มันต้องผ่านท่งนา ผ่านไฮ่ ผ่านโคก เด้...
ทั้งห้าคน กะย่างนำก้นกันล่าย ล่าย ปานมดดำขนไข่ พุ่นล่ะแหม..... โอะ...บ่คือดอกบะได๋ ...ย่างจูงแขนกันไปซ้าๆ จนไปฮอด หัวไฮ่ปลายนา เลาะๆ โคก กะได้ยินเสียง
ป๊ก ป๊ก ป๊ก ป๊ก ...
อีหลีแล้ว นั่นคือเสียง พ่อใหญ่ลัย เลากำลังตัดไม้ อยู่หัวไฮ่ เทิงสุมไฟ ...เด้
กะเลยพากันโสกันว่า
“ เอ..เสียงผู้ได๋ มาฟันไม้อยู่แถวนี้น้อ..นอ”
“ เอ้อ..เสียงแบบนี้ ต้องฟันไม้ที่เป็นโกนๆ คักๆ”
“ ไม้มีโกน เลาสิฟันไปเฮ็ดหยัง ”
“ อาจสิฟันไปเฮ็ดฟืน กะได้ ”
“ บ่แมนดอก.... เลาต้องบากโกนไม้ เอาเผิ่ง แน่ๆ เลย”
“ เอ้อ...แมนคักๆ บากไม้เอาเผิ่ง.... ปะ..เฮาไปขอกินเผิ่งนำเลา จักดางสองดางเถาะเว่ย”
ทั้งห้าคน ตกลงกันเรียบร้อย กะให้บักหลิ่วจูง พาย่างไปตามเสียงที่ได้ยิน พอใกล้ฮอดกะฮ้องเว้าว่า
“ พ่อลุง..พ่อลุง.. กำลังเฮ็ดหยังอยู่น้อ... เอาเผิ่งบ้อ... ให้ซุมข้อยกินนำแหน่เด้อ”
“ เอาเผิ่งบ้านสู..ติ.. เผิ่งหยังสิมาอยู่แถวนี้... โฮ้ย...บากขอนไม้ซือๆ กะหาว่ากันเอาเผิ่ง”
“ อย่ามาหาตั๋วตูข่อยหลายเถาะ... ตูข่อยบ่ขอกินหลายดอก.. ขอจักสองสามดาง พอยาอยาก ซือๆ ดอก”
“ บ่ได้เอาเผิ่ง บ่ได้เอาเผิ่ง กะยังว่าฟันไม้ซือๆ ฮ่วย...”
“ ฮู้ย ...ปะสาเผิ่งสองสามดาง... กะอย่าสะขี่ถี่หลายเถาะ ...พ่อลู้ง…”
พ่อใหญ่ลัย เลาหวนหวยซุมตาบอด เว้าบ่รู้เรื่อง กะเลยตอบว่า
“ เอ้อ..เอ้อ.. พากันไปนั่งถ่าอยู่ฮ่มไม้พู้น ไป อย่ามาใกล้แถวนี้ เดี๋ยวเผิ่งสิวีปั่ง วีปั่ง เอาเด้ ได้เผิ่งแล้ว เดี๋ยวสิเอาไปแบ่งให้กินดอก”
พวกบักบอด ได้ยินจั่งซั่น กะเลยพากันไปนั่งถ่า อยู่ฮ่มไม้ไกลเติบ
ฝ่ายพ่อใหญ่ลัย เลาหัวไว คิดได้ ทันใด กะเลยฟ้าวไป หาใบไม้ ใบใหญ่ๆ เอามาฮองไว้ อยู่ทางใต้..... ดากเลา ...เลากะเอาใบตองกุง ไปฮองขี้กับเยี่ยวเลา ได้กองบักใหญ่นึง
ขี้ผสมเยี่ยว มันกะเป็นเหลวๆ จักหน่อยเนาะ...
“ พ่อลุง เซาฟันไม้ แล้ว พ้อดางเผิ่งแล้วบ้อ”
“ พ่อลุง...แล้วแล้วไป่ ”
“ เดี๋ยวๆ ถ่าจักหน่อย.. ” …………
“ เอ้อ..แล้ว แล้ว กำลังบีบน้ำเผิ่งไห่ยุ”
เสร็จเรียบร้อย เลากะถือใบตองกุงห่อขี้ ย่างเอาไปให้ซุมบักบอด
“ เอ๋า... มันได้บ่หลายดอกเด้อ พากันแบ่งกันกินเด้อล่ะ”
เด่ให้แล้ว เลากะย่างหนีอาดหลาด...
ฝ่ายซุมบักบอด กะพากันหุ้มเข้ามา เตรียมสิต้วยกิน
บักหลิ่ว ถือโอกาสฟ้าวเอามือเทิงสี่นิ้ว ต้วย ขี้ ขึ้นมากินก่อนผู้อื่น..... รสชาติแปลกๆ กลิ่นกะแปลกๆ กะเลยก้มหลิ่วตา เบิ่งน้ำเผิ่ง กะเลยฮ้องบอกว่า
“ ฮ่วย... มันบ่แมนน้ำเผิ่งตั้วหนิแมะ... ขี้ตั้วหนิแมะ” แล้วกะฮากแตก อั๊วะ อัวะ....
“ อย่ามาหาตั๋วตู เพื่อที่สิหลอกกินน้ำเผิ่ง ผู้เดียวหลายเถาะบักหลิ่ว”
“ คันสูบ่เซียกู กะซิมเบิ่งเอาเองโลด ”
บักบอดนึง กะเอานิ้วซี้เด่ลงไป ต้วย ขี้ ขึ้นมา แลบลิ้นเลียแล็บ
“ อัวะ...ขี้อีหลี.. ขี้อีหลีเด้อสู ”
“ อย่ามาหาตั๋วตู ย่านแต่ตูยาดกินหลาย"
“ เอ้า..คันสูบ่เซีย กะซิมเอาเองโลด ”
บักบอดสอง กะเอานิ้วซี้กับนิ้วกลาง แนบติดกันสองนิ้ว เพื่อสิให้ต้วยน้ำเผิ่งได้หลายๆ เด่ไป่ต้วยขี้ขึ้นมา แหย่นิ้วเข้าปากดูดจ็วบ...
“ อัวะ....ขี้อีหลี...ขี้อย่างคัก ”
“ สูอย่าสะมาหาตั๋วต ูหลายเถาะเว่ย ตั๋วตื้นๆ แบบนี้ บ่ได้ผลดอก”
“ คันบ่เซีย กะลองซิมเบิ้ง..”
บักบอดสาม กะเอานิ้วซี้ กับนิ้วกลางกับนิ้วนาง แนบติดกันสามนิ้ว หวังว่าสิต้วยเอาน้ำเผิ่ง เทื่อเดียวหลายๆ แก้แค้นซุมขี้ตั๋ว เด่สามนิ้วไปต้วยขี้ขึ้นมา แล้วกะแหย่สามนิ้วเข้าปาก ดูดจ๊วบ...
“ เอี๊ยะ....ขี้อีหลี...ขี้อีหลี ”
“ ซุมสูทั้งสี่คน อย่าสะมารวมหัวกัน หลอกกูหลาย กูบ่เซียดอก”
“ คันมึงบ่เซีย กะซิมเบิ่ง”
บักบอดสี่ คอบว่ารอถ่าเป็นผู้สุดท้าย ย่านเสียเปรียบหมู่ กะเลย เด่มือทั้งสี่นิ้ว ไปต้วยเอาขี้ขึ้นมา เฮ็ดนิ้วมืองอๆ จักหน่อย เพื่อสิให้ได้น้ำเผิ่ง หลายที่สุด แล้วกะบ่ให้น้ำเผิ่งไหลถิ่ม หวังสิกินเทื่อเดียว คำบักใหญ่ นั่นหนา ยกมือขึ้นมา หูบกิน ขี้ จู..ด
“ แอะ.....ขี้...ขี้...ขี้อีหลี...ขี้อีหลี ”
สรุปแล้ว ทั้งห้าคน กะพากันได้กินขี้ ของพ่อใหญ่ลัย อย่างทั่วถึงกัน ย่อนย่านเสียเปรียบผู้อื่น ย่อนย่านถืกผู้อื่นตั๋ว ซั่นแหล่ว....


ตอน...ซุบหมากเขือ

เว้าพื้น ซุบหมากเขือ นี่กะเป็นอาหารจานเด็ดอย่างหนึ่งเด้อ แต่ถ้าสิให้แซบต้องใช้ หมากขอนเอื่อ เด้อ ถ้าใช้ หมากแขเกื่อ มันบ่ค่อยแซบเด้อ เพราะว่า หมากเขือมันแก่ นั่นล่ะ
ซุบหมากเขืออ่อน ใส่ป่นปลาค่อ ปั้นข้าวเหนียวฮ้อนๆ คุ้ย โหม่มบ่าม ม้วนผักติ้ว หย่ำก่วมๆ โฮ้... แซบดีปานหยัง พุ่นล่ะแหม แต่ว่าอย่าลืมใส่ปลาแดกเด้อล่ะ คันบ่ใส่ปลาแดก เฮ็ดจั่งได๋ กะบ่แซบบ่นัวเด้อ สิบอกให่
ฮู้..เว้ามาแย้ว น้ำยายหยัย....
เอ้า.. หันเข้ามาฟังเรื่อง ซุบหมากเขือสูตรเด็ด แม่ใหญ่ทา มันสิแซบซั่มได๋ สะล่ะล่ะ...
แม่ใหญ่ทา เลามีนาหลาย คันสิให้ลูกสาวกับลูกเขย ซ่อยกันเฮ็ด มันกะบ่แล้วง่าย เดี๋ยวกล้าสิบั้งก่อน นั่นหนา เลาเลยจ้างคนมาซ่อยดำนา หาคนได้ประมาณ สิบคน พุ่นล่ะแหม
แม่ใหญ่ทา เลาไปซ่อยขาเจ้าดำนาจักหน่อย พอใกล้ฮอดยามกินข้าวสวย แม่ใหญ่ทากับลูกสาว กะเลยขึ้นจากนา มาเฮ็ดแนวอยู่แนวกิน สู่หมู่กิน
ลูกสาวกะเฮ็ดแกงเห็ด แกงฮาก (โอ๊ะ..พิมพ์ผิด.. แกงฮวก เด้อ..บ่แมนแกงฮาก)....
ส่วนแม่ใหญ่ทา เลาต้มหมากเขือซุบ ว่านเถาะ
ช่วงนั้น แม่ใหญ่ทา เลากะเป็นหวัดเนาะ ไอ ขี้กะเทอะแตก เฮอะ เฮอะ.. โป๊ะ โป๊ะ ...หลืนกินแหน่ ถ่มถิ่มแหน่ แล้วแต่สถานการณ์ นั่นล่ะหวา
เลาต้มหมากเขือสุกแล้ว กะเอามาตำใส่ครก จั๊วะ จั๊วะ ..เด้
พอดี้... เลาอ้าปากหาว แล้วกะพอดี้.. เลาผัดไอ..โป๊ะ.. ขี้กะเทอะเลา กะเด็นตกลงในครก พอดี้ พอดี กะยังว้า กะยังว่า
แล้วเลา กะยกสากขึ้นตำหมากเขือ จั๊วะ จั๊วะ เฮ็ดให้ขี้กะเทอะเลาก้อนนั้น หายเข้าไป ในซอกหลืบหมากเขือ หม่องได๋กะบ่จัก..
แม่ใหญ่ทาเลาคึดว่า ตำไปตำมา ตำมาตำไป เรื่อยๆ เดี๋ยวขี้กะเทอะ มันกะสิละลาย หายไปกับซุบหมากเขือ นั่นล่ะ เลยบ่หา เลยบ่หยิบออก จัดการเฮ็ดซุบหมากเขือ จนเสร็จเรียบร้อย
แม่ใหญ่ทา เลาดูถูกขี้กะเทอะเลาเกินไป ขี้กะเทอะเลาเป็นก้อนเหนียวดีกะด้อ.. (เว้าปานเห็นน้อ)
อาหารทั้งเหมิด เสร็จเรียบร้อย จัดพาข้าวเรียบร้อย กะเอิ้นซุมดำนาขึ้นมากิน
คนทั้งหลาย ล้างไม้ล้างมือแล้ว กะล้อมวงกินข้าว กันอย่างแซบนัว
คุ้ยซุบหมากเขือ ซดแกงเห็ด กินแกงฮวก (ฮวก เด้อ บ่แมนฮาก) จ้ำปลาแดกบอง.....
กินไปกินมา กินมากินไป ดนเติบยุ…
ย่อนว่า ซุบหมากเขือแม่ใหญ่ทา มันแซบล่ะหวา
ป้าอั่นนึง เลาปั้นคำข้าว กำลังคุ้ยซุบหมากเขือ เด้ คุ้ยได้ งอมือเข้ามา ผัดเห็น
หยืดย่าว....ดีด..ตั๊บ ..ว่ะนึง
ขี้กะเทอะแม่ใหญ่ทา แผลงฤทธิ์แล้ว
ขี้กะเทอะเนาะ มันเป็นก้อนเหนียวๆ ถืกตำไปตำมา คนไปคนมา มันกะยาวออก ยาวออก แต่ว่าบ่ขาด ส้นนึงเซี่ยงอยู่ทางใต้ๆ พุ่น อีกส้นนึง อยู่ทางเทิงจักหน่อย พอเอาคำข้าว คุ้ยถืกส้นทางเทิง มันกะเลย
หยืดย่าว....ดีด..ตั๊บ...
รวมตัวกันเป็นก้อนคือเก่า แต่ว่า มันมารวมโตกันอยู่คำข้าว แม่ป้านั่นตี้ล่ะ
เหลียวพิจาระซอมเบิ่ง มันกะคล้ายๆ ขี้กะเทอะ
เลากะชูคำข้าวซุบหมากเขือขึ้น ถามว่า
“ แมนหยังล่ะหนิ คือขี้กะเทอะแถะ”
“ เอ้า.. บ่แมนแมน ขี้กะเทอะกูติสู”
พะนะ แม่ใหญ่ทาเลาว่า แล้วกะไอ ขี้กะเทอะแตก โผ๊ะ โผ๊ะ ..
ส่ำนั่นล่ะ วงแตก เลย บ่มีไผกล้ากิน ซุบหมากเขือต่ออีกเลย
ผู้ที่กินไปแล้ว กะพากันคอแข็ง อยากฮากไปตามๆ กัน
ผู้ฟังทั้งหลาย กะลองไปสั่งซุบหมากเขือ มากินเบิ่งเด้อ แล้วกะลองจินตนาการเบิ่งว่า ขี้กะเทอะ มันสิลี้อยู่หม่องจั่งได๋ คุ้ยขึ้นมา มันสิ ดีด ตั๊บ แบบได๋
อีกอย่างนึง กะสังเกตดีดีแหน่ล่ะ ว่าแม่ค้าเลาเป็นหวัดบ่? ไอ จามบ่? แล้วกะอย่าลืมสังเกต แนวกินเด้อล่ะ บ่ว่าสิเป็นตำบักฮุ่ง ลาบ ก้อย ซุบหมากเขือ ฯลฯ กะดี กะดาย... สังเกตว่า
มันมีอั่นแนว ดีด ตั๊บ ปนอยู่บ่???
อย่าสะฮากเด้อล่ะ
สองเสี่ยวเบิ่งหมอลำ

 

มีเสี่ยวกันสองคนเด้

ผู้หนึ่งเป็นคนปกติธรรมดาหนิล่ะ แต่เสียอย่างเดียว ขาหล่อย ย่างเองบ่ได้ ต้องขี่หลังขี่คอผู้อื่นไป (ปกติธรรมดาหม่องได๋ล่ะ่หือ?)

อีกผู้หนึ่ง ตากะบอด หูกะตึงๆ จักหน่อย คันบ่เว้าแฮงๆ ใกล้ๆ กะบ่ได้ยิน ว่าซั่นเถาะ แต่ว่าขาเลาดีย่างเองได้ คันมีผู้บอกทาง

สองคนนี้ กะมีข้อดีข้อด้อย ของจะของเองเนาะ พอมาเป็นเสี่ยวกัน ต่างคนกะต่างเพิงพาอาศัยกัน กะเลยจำเป็นต้องไปไสมาไสนำกัน ปานกล้วยฝีแฝด พุ่นล่ะแหม๋

บักบอดสิเป็นคนย่าง ตามทางที่บักหล่อยบอก ฝ่ายบักหล่อย กะขี่คอหรือฮ่าลังเทื่อ กะขี่หลังบักบอดไป เห็นบักหล่อย กะต้องมีบักบอด เห็นบักบอด กะต้องมีบักหล่อย ว่าซั่นเถาะ คนเขาเลยเอิ่นว่าเสี่ยวกัน อีหลีแล้วสองคนนี้ บ่ได้ผูกเสี่ยวกันดอก

มื้อหนึ่ง มีหมอลำ มางันบุญแจกข้าวอยู่บ้านใกล้ๆ กันเด้ สองเสี่ยว ฮู้ข่าว กะซวนกันไปเบิ่ง ไปฟังลำ บักบอด ย่านคนฮู้ว่าจะของตาบอด กะใส่แว่นตาดำพุ่นเด้ ไปฮอดแล้ว กะพากันไปนั่งอยู่หน้าฮ้านหมอลำ เตรียมท่าเบิ่งหมอลำอย่างคัก

บักบอด กะบอกบักหล่อยว่า

“ เสี่ยวๆ คันฮอดหม่องหัว ให้ค็วกแน่เด้อ กูสิได้หัวนำ”

“ ได้ ได้ คันฮอดหม่องหัว กูสิค็วกดอก เตรียมท่าหัวโลด พอกูค็วกปั๊บ มึงกะหัวโลดเด้อ”

สองเสี่ยว นัดแนะกันเรียบร้อยแล้ว กะนั่งท่าฟังลำ

พอหมอลำมา กะลำไปเรื่อยๆ หมอลำคณะนี้ กะลำดีคัก ลำม่วนคัก มุขตลกกะหลายคัก บักหล่อยกะคาแต่ม่วน คาแต่หัว จนลืมค็วกบักบอด

บักบอดเอง กะเหลียวบ่เห็นเนาะ เทิงหูกะตึงๆ ฟังไกลๆ บ่ฮู้เรื่อง นั่งคองท่าให้หมู่ค็วก สิได้หัวนำเขานั่นหนา คองแล้วกะคองอีก บักหล่อยกะบ่ค็วกจ๊ากเทื่อ

“ เอ.. ฮึว่าหมอลำลำบ่ม่วน ลำบ่ตลกหว่า ” บักบอดคึดในใจเนาะ

ผู้อื่น กะคือสิสงสัยอยู่ดอกหว๋า ว่า หมู่เขาหัวแตกซวดๆ บักอั่นนี่ ผู้ใส่แว่นตาดำ ผัดนั่งเสย เส้นเลิ่กคักน้อ บักอั่นนี่...

เลาบ่ได้เส้นเลิ่กดอก เลาบ่ได้ยิน เลาเหลี่ยวบ่เห็น

บักบอดคองท่าหัว คองท่าให้หมู่ค็วก จนซอดแจ้งจ่างป่าง จนหมอลำลำจบพุ่นน่ะ เลาอดทนคักยุเด้ สิหลับกะบ่กล้าหลับ ย่านตื่นมาหัวบ่ทัน พะนะว๊า พะนะว่า

บักหล่อย กะหัวเอ้าหัวเอา ลืมค็วกหมู่ พอหมอลำเลิก ชาวบ้านพากันลุกกลับบ้าน บักหล่อยเลยเอามือค็วกบักบอด สิซวนกลับบ้านว่าซั่นเถาะ

บักบอดเข้าใจว่า ฮอดหม่องหัวแล้ว กะหัวเอาวะสั่น

บักหล่อย กะค็วกต่อ พยายามซวนกลับบ้าน

“ เฮ่ย..เฮ่ย..ลุก ลุก กลับบ้าน กลับบ้าน ”

บักบอดแฮงหัวคัก หัวแฮงก่อเก่า .... แฮงค็วก แฮงหัว..... แฮงค็วกแฮง แฮงหัวแฮง

ไทบ้านไทเมือง กะพากันหันมาเหลียวเบิ่งบักบอด

“ เอ..บักอั่นนี้ มันป่วงบ้อ ตอนหมอลำตลก ผัดบ่หัว ผัดมาหัวเอาตอนนี้.. มันเส้นเยิ่นบ้อ”

บักหล่อย กะอยากอายคน กะเลยฝ่ามือฟาด ปัวะ !!! ใส่บั้งหู จนบักบอดหงายหลังท่วนวะหนึ่ง แล้วกะฮ้องแฮงๆ ใกล้ๆ หูว่า

“ เซาหัวเดียวนี่ .. หมอลำเลิกแล้ว .. พากูกลับบ้าน” .............

หมู่เจ้าทั้งหลาย อ่านฮอดหม่องหัว กะหัวแหน่ล่ะ บ่ต้องท่าให้ข้อยค็วกเด้อ หัวเอาเองโลดเด้อ