ประวัติ - ข้อมูลจังหวัดอีสานตอนบน

คลิก ! คลิก ! คลิก ! คลิก ! คลิก ! คลิก ! คลิก !

จ.อุดรธานี

คำขวัญ :

" น้ำตกจากสันภูพาน  อุทยานแต่งธรรมะ 
อารยธรรมห้าพันปี  ธานีผ้าหมี่ขิด
แดนเนรมิตรหนองประจักษ์ 
เลิศลักษณ์กล้วยไม้หอม  อุดรซันไฌน์ "

ประวัติ :

จังหวัดอุดรธานี (บริเวณอำเภอเมืองอุดรธานี) เดิมเรียก บ้านหมากแข้ง ที่เรียกเช่นนี้เพราะบริเวณที่ตั้งเมืองอุดร มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเรียกว่า "ต้นหมากแข้ง" บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเขตการปกครองของมณฑลลาวพวน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลตรี พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นข้าหลวงใหญ่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์บัญชาการปกครองต่างพระเนตรพระกรรณและเ็ป็นแม่ทัพใหญ่ ในกองทัพปราบปรามพวกฮ่อ ซึ่งก่อความไม่สงบในเขตมณฑลลาวพวน บริเวณล้านช้าง
หลังจากปราบปรามพวกฮ่อเรียบร้อยแล้ว ได้เกิดกรณีพิพาท ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ไทยต้องทำสนธิสัญญาสงบศึกกับฝรั่งเศสโดยมีหลักการว่าไม่ให้ไทยมีกำลังทหารภายในรัศมี ๒๕ กิโลเมตร (๖๒๕ เส้น) บนฝั่งขวาฟากตะวันตกแม่น้ำโขง พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม จึงทรงย้ายกองบัญชาการมณฑลลาวพวน ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดหนองคายลงมาทางใต้ยังบ้านหมากแข้ง เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๔๓๖ ดังนั้นบ้านหมากแข้งจึงเป็นที่ตั้งกองบัญชาการมณฑลลาวพวน ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ มณฑลลาวพวน เป็น มณฑลอุดร และปัจจุปันคือ จังหวัดอุดรธานี


อาณาเขต :

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดหนองคาย 
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่น และกาฬสินธุ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดหนองบัวลำภู และเลย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดสกลนคร

จังหวัดอุดรธานี ห่างจากกรุงเทพฯ 564 กิโลเมตร มีพื้นที่ 11,730.3 ตารางกิโลเมตร

แบ่งการ ปกครองออกเป็น 16 อำเภอ และ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอกุมภวาปี อำภอหนองหาน อำเภอบ้านดุง อำเภอบ้านผือ อำเภอเพ็ญ อำเภอศรีธาตุ อำเภอน้ำโสม อำเภอหนองวัวซอ อำเภอกุดจับ อำเภอโนนสะอาด อำเภอวังสามหมอ อำเภอไชยวาน อำเภอหนองแสง อำเภอสร้างคอม อำเภอทุ่งฝน กิ่งอำเภอนายูง และกิ่งอำเภอพิบูลย์รักษ์ 

จ.เลย

คำขวัญ :

" เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้สามฤดู "

ประวัติ :

    ตามพงศาวดารว่า พระชัยเชษฐแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต กับ พระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ได้ให้สัตยาบันตรงที่ซึ่งเป็น ที่ตั้งของอำเภอด่านซ้ายในปัจจุบัน และเพื่อเป็นสักขีพยานในการนั้น ทั้งสองฝ่ายได้ช่วยกันสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นองค์หนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2103 ในบริเวณที่ลำน้ำอู้ ไหลมาบรรจบกับลำน้ำหมัน เมืองเลยเดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ เพิ่งตั้งเป็นเมืองในรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จังหวัดเลยถึงแม้จะเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ก็ตั้งค่อนไปทางภาคเหนือ สถานที่ตั้งตัวเมืองอยู่ท่ามกลางภูเขาน้อยใหญ่ ดินฟ้าอากาศคล้ายกับภาคเหนือ คือ มีอากาศหนาวเย็น มีหมอกปกคลุมอยู่เสมอ บรรยากาศดีมากเลยครับ เป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่เคยหนาวจัดจนอุณหภูมิลดลงถึงศูนย์องศาเซลเซียส น่าไปสัมผัสบรรยายกาศมากเลยครับ 

อาณาเขต :

จังหวัดเลย ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ 520 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 11,425.012 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,140,633 ไร่
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองบัวลำภู
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดพิษณุโลก

จ.ขอนแก่น

คำขวัญ :

" พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูณ
ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวบึงแก่นนคร "

ประวัติ :

พงศาวดารภาคอีสานฉบับของ พระยาขัตติวงษา (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) มีความสำคัญตอนหนึ่งว่า (พ.ศ.2325) ทราบข่าวว่าเมืองแสนกลัวความผิดหลบตัวหนีลงไป พึ่งพระยาโคราช บอกให้เมืองแสนลงไปเมืองเจ้าเมือง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระจันทรประเทศ ขึ้นมาตั้งบ้านกองแก้ว เป็น เมืองชลบถ มีไพร่พลสมัครไปด้วย 340 คน ในรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พ.ศ. 2340 ฝ่ายเพียเมือง แพนบ้านชีโหล่น เมืองสุวรรณภูมิเห็นว่าเมืองแสนได้เมืองชลบถก็อยากจะได้บ้าง จึงเกลี่ยกล่อมคน ได้ สามร้อยคนเศษจึงสมัครขึ้นอยู่กับพระยานครราชสีมาแล้วขอตั้งบ้านบึงบอนเป็นเมือง เจ้าพระยานครราชสีมาได้มีใบบอกมายัง กรุงเทพฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเพียเมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ดำรงตำแหน่ง เจ้าเมือง โดยยกบ้านบึงบอนขึ้นเป็นเมือง ขอนแก่น

อาณาเขต :

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดอุดรธานี และหนองบัวลำภู
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดชัยภูมิ และเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดกาฬสินธุ์ และมหาสารคาม

ขอนแก่น อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๔๔๙ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๑๐,๘๘๖ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๒๐ อำเภอ คือ อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอหนองเรือ อำเภอสีชมพู อำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน อำเภอชุมแพ อำเภอบ้านไผ่ อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอหนองสองห้อง อำเภอพล อำเภอภูเวียง อำเภอแวงน้อย อำเภออุบลรัตน์ อำเภอบ้านฝาง อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอพระยืน อำเภอแวงใหญ่ อำเภอเปือยน้อย และอำเภอภูผาม่าน

จ.หนองคาย

คำขวัญ :

" วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว "

ประวัติ :

ในสมัยของรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทน์กบฏไม่ยอมขึ้นกับไทยอีก และได้ยกทัพมากวาดต้อนผู้คนในเขตแดนไทยกลับไป ในการปราบกบฏดังกล่าว ท้าวสุวอธรรมา ได้ยกกองทัพจากเมืองยโสธรมาช่วยกองทัพที่ยกไปจากกรุงเทพฯ จนสามารถมีชัยเหนือเจ้าอนุวงศ์ได้ในที่สุด และจับกุมตัวลงมากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ รัชกาลที่ 3 จึงพระราชทานบำเหน็จให้ท้าวสุวอธรรมา เลือกทำเลที่จะสร้างเมืองขึ้นรวม 4 แห่ง ซึ่งในที่สุด ท้าวสุวอธรรมาได้เลือกสร้างเมืองที่บ้านไผ่ เรียกชื่อว่า เมืองหนองคาย ต่อมาในปี พ.ศ.2443 ได้จัดตั้งมณฑลอุดรขึ้นที่บ้านหมากแข้ง
เมืองหนองคาย จึงมีฐานะเป็นเมืองหนึ่งของมณฑลอุดร หลังจากยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี พ.ศ. 2476 จังหวัดหนองคายซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร ได้แยกตัวออกมาเป็นจังหวัดหนองคายในปัจจุบันนั่นเองครับ

อาณาเขต :

จังหวัดหนองคายอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 615 กิโลเมตร มีพื้นที่ราว 7,739 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็นหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอบึงกาฬ อำเภอโพนพิสัย อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอเซกา อำเภอท่าบ่อ อำเภอโซ่พิสัย อำเภอสังคม อำเภอพรเจริญ อำเภอปากคาด อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล กิ่งอำเภอบุ่งคล้า กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ กิ่งอำเภอสระใคร และกิ่งอำเภอรัตนวาปี

จ.หนองบัวลำภู

คำขวัญ :

" ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานแห่งชาติภูเก้าภูพานดำ
แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน "

ประวัติ :
 
จังหวัดหนองบัวลำภู เดิมเป็นอำเภอ ขึ้นอยู่กับจังหวัดอุดรธานี ได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๓๖ หนองบัวลำภูนับว่าเป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาคอีสานทีเดียวครับ เคยมีชื่อว่านครเขื่อนขันฑ์ กาบแก้วบัวบาน เป็นเมืองของวีรบุรุษอีสาน คือ พระวอ และ พระตา ผู้สร้างเมืองอุบลราชธานี นอกจากนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยังได้เคยเสด็จยกทัพผ่านมาพักที่นี่ เมื่อครั้งขึ้นไปตีกรุงศรีสัตนาคนหุต กับพระราชบิดาด้วยครับ

อาณาเขต :

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดอุดรธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดเลย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดอุดรธานี

จังหวัดหนองบัวลำภู อยู่ห่างจากรุงเทพฯ ประมาณ ๕๖๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๓,๘๕๙.๑ ตารางกิโลเมตร

แบ่งการปกครองเป็น ๕ อำเภอ คือ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอนากลาง อำเภอโนนสัง อำเภอศรีบุญเรือง และอำเภอสุวรรณคูหา

จ.สกลนคร

คำขวัญ :

" พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน  พระตำหนักภูพานคู่เมือง 
งามลือเลื่องหนองหาน
และตระการปราสาทผึ้ง 
สวยสุดซึ้งสาวภูไท  ถิ่นมั่นในพุทธธรรม "

ประวัติ :

จังหวัดสกลนคร นครแห่งการแสวงหา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธศาสน์พระธาตุ 5 แห่ง แหล่งอารยธรรม
3 พันปี ตามตำนานเล่าว่า เมื่อสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนครในปัจจุบันนั้น สร้างขึ้นในยุคที่ขอมมีอำนาจในดินแดนนี้ โดยขุนขอม ราชบุตรเจ้าเมืองอินทรปัฐนคร ผู้ซึ่งอพยพครอบครัวและบ่าวไพร่ ชาวเขมรมาสร้างเมืองใหม่ที่ริมหนองหานหลวง มีเจ้าปกครองเรื่อยมาจนถึงสมัยพระยาสุวรรณภิงคาร เวลานั้นเกิดฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพง เจ้าผู้ครองเมืองจึงต้องพาราษฏรอพยพกลับไปเขมร หนองหานจึงกลายเป็นเมืองร้างอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ในความปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เรียกชื่อเมืองว่า "เมืองเชียงใหม่หนองหาน" ซึ่งแสดงว่าเมืองหนองหานมีความสัมพันธ์กับเวียงจันทน์เสมอมา ก่อนที่อิทธิพลกรุงเทพฯ จะเข้าไปถึงสกลนคร เมื่อประมาณพ.ศ. 2321-2322
ครั้งถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏเจ้าเมืองชื่อ พระบรมราชา (มั่ง) เจ้าเมืองสกลทวาปี ในขณะนั้นไปเข้าข้างเจ้าอนุวงศ์
ซึ่งเป็นกบฏยกเข้ามากวาดต้อนผู้คนทางภาคอีสาน พระบรมราชา (มั่ง) เข้าข้างเจ้าอนุวงศ์ อพยพครอบครัวไปอยู่ที่เมืองมหาชัยก่องแก้ว เหลือแต่กรรมการเมืองผู้น้อยทิ้งไว้เฝ้าเมือง ต่อมา พ.ศ. 2373 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระสุนทรราชวงศา (ปุต) เจ้าเมืองยโสธร ซึ่งทำความดีความชอบเมื่อครั้งปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ มารักษาเมืองสกลทวาปี ต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาประจันตประเทศวาปี และเปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปีเป็น เมืองสกลนครตั้งแต่นั้นมาครับ

อาณาเขต :

ทิศเหนือ จดจังหวัดหนองคาย และนครพนม
ทิศใต้ จดจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี และนครพนม
ทิศตะวันออก จดจังหวัดกาฬสินธุ์ และนครพนม
ทิศตะวันตก จดจังหวัดอุดรธานี และหนองคาย

จังหวัดสกลนครห่างจาก กรุงเทพฯ 641 กิโลเมตร พื้นที่ 10534.8 ตารางกิโลเมตร แบ่งการ ปกครองออกเป็น 2 อำเภอ 3 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอกุดบาก อำเภอพรรณานิคม อำเภอพังโคน อำเภอวาริชภูมิ อำเภอส่องดาว อำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอบ้านม่วง อำเภอคำตากล้า กิ่งอำเภอนิคมน้ำอูม กื่งอำเภอเต่างอย กิ่งอำเภอโคกศรีสุพรรณ

จ.นครพนม

คำขวัญ :

" พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูภูไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง "

ประวัติ :

จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์มาแต่โบราณกาล ในฐานะเมืองเก่าเมืองแก่เคียงคู่อยู่กับอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง และต่อมาก็ได้ย้ายมาอยู่ทางฝั่งขวา ตำนานแห่งประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกตีกรุงเวียงจันทน์ได้ ชื่อของดินแดนแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น "มรุกขนคร" และต่อมาได้โปรดฯ ให้เป็น "นครพนม" เพื่อความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ด้วยเป็นเมืองที่มีพื้นที่ติดต่อกับเทือกเขามากมาย
ด้วยความเป็นอาณาจักรที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาเก่าก่อนประกอบกับแม่น้ำโขงเป็นแหล่งอารยธรรมของมนุษยชาติ ดังนั้น นครพนมจึงมีโบราณสถานและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นแบบอย่างของตัวเองอยู่มาก

อาณาเขต :

ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย
ทิศใต้ ติดต่อกับเขตอำเภอดงหลวง กิ่งอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
ทิศตะวันออก ติดกับแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน 
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอกุสุมาลย์ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร

นครพนม อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๗๔๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๕,๕๑๒.๗ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครอง ออกเป็น ๑๐ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอนาแก อำเภอธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอเรณูนคร อำเภอท่าอุเทน อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และกิ่งอำเภอนาทม